+ ตลาดรถ | รถมืองสอง | รถเก๋ง | รถกระบะ | รถตู้ | เครื่องเสียง | ล้อแม็กซ์ | ชุดแต่ง | ยางรถยนต์ + "ชัย"ฉลุยปธ.สภา "เติ้ง"เย้ยน่าห่วงโฆษกรัฐอัดหัวเถิก ไล่ให้หาวิกมาสวม
"หนั่น"อ้อนให้เห็นใจพรรคชาติไทย เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ถึงกรณีพรรคชาติไทยมีมติงดออกเสียงว่า พรรคชาติไทยไม่มีอะไร เดี๋ยวผู้ใหญ่ประสานงานกันเอง มารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่ทำถึงขนาดนั้น คงเป็นเรื่องนานาจิตตัง การประชุมวิปรัฐบาลวันเดียวกันนี้ ตนไม่ได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพิเศษ ขอเพียงความร่วมมือเพราะรัฐบาลชุดนี้ประกอบด้วย 6 พรรค ต้องเป็นหนึ่งเดียว เชื่อว่าไม่มีเสียงแตกในการโหวตเลือก สำหรับท่าทีของนายบรรหาร ศิลปอาชา ก็ไม่มีอะไร ตนก็เคารพเพราะเคยอยู่พรรคชาติไทยมาก่อน รู้นิสัยดีว่าเป็นคนอย่างไร นายบรรหารเป็นคนนิ่มนวล เป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็ก เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยมา 30 ปี การเมืองใครก็สู้ท่านไม่ได้ การทำอะไรของนายบรรหารต้องมีเหตุผล สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ตนพร้อมทำหน้าที่ประธานสภา ด้านพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย กล่าวพรรคมีมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ในการลงมติ หัวหน้าพรรคบอกว่าอย่างมากแค่งดออกเสียง อย่าไปยกมือสวน ประเพณีจะเสียหาย เพราะเราร่วมรัฐบาล ปกติแล้วพรรคพลังประชาชนจะติดต่อประสานงานมาก่อนเพื่อให้พรรคร่วมรับทราบ เหมือนการเลือกนายกฯ และประธานสภาคนที่แล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ติดต่อมาเลย จู่ๆ ก็เรียกประชุม ทุกอย่างดูฉุกเฉินไปหมด จึงเสียความรู้สึก อย่างไรก็ตาม คงไม่กระทบต่อการทำงานของรัฐบาล ต้องระหว่างเรื่องของรัฐบาลกับเรื่องของสภา ก็ต้องเห็นใจพรรคชาติไทยบ้าง เพราะลูกพรรคไม่ค่อยพอใจ มติปชป.ส่ง"บัญญัติ"เข้าชิง เมื่อเวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชุมส.ส.พรรค มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน หารือว่าจะส่งใครเข้าชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยที่ประชุมมีมติส่งนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ลงชิงตำแหน่ง นายบัญญัติ กล่าวว่า การส่งชื่อครั้งนี้พรรคปฏิบัติตามประเพณี แม้จะรู้อยู่แล้วว่าผลเป็นอย่างไร การลงแข่งไม่ใช่อยากได้คะแนนเพิ่มขึ้น แต่เป็นการทำหน้าที่อย่างที่เคยทำมา แม้จะต้องแข่งกับนายชัยแต่คงไม่มีปัญหา ไม่ได้คิดว่าจะไปแข่งกับคนนั้นคนนี้ คิดเพียงว่าเราแข่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะทำหน้าที่ได้ หากได้รับการสนับสนุน แต่คงเป็นไปไม่ได้ ตำแหน่งประธานสภา หรือประธานรัฐสภามีความสำคัญสูงสุด เพราะเป็นหน้าเป็นตาของสภา ดูแลความเรียบร้อยในการประชุมให้เป็นไปตามความมุ่งหมาย คนต่างประเทศจะรู้สึกว่าตำแหน่งนี้สำคัญมาก ไม่ใช่แค่หน้าตาของสภา แต่เป็นหน้าตาของประเทศด้วย เมื่อถามว่าฝากอะไรถึงส.ส.บ้างเพราะเป็นการโหวตอิสระ นายบัญญัติกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดไว้ชัดเจนถึงการทำหน้าที่ของส.ส. หรือส.ว. ต้องไม่อยู่ในการผูกมัดหรือครอบงำใดๆ ของพรรคทั้งสิ้น แต่ระบบพรรคการเมืองก็ต้องมีบ้าง สุดแท้แต่ใครจะเคร่งครัด คนไทยจะต้องติดตามกันเอาเอง เมื่อถามว่าหากนายชัยเป็นประธานสภา ทั้งที่ยังมีคดีติดตัวจะเหมาะสมหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า ในฐานะผู้แข่งขันไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการนัดประชุมเลือกประธานสภาว่า กะทันหันเกินไป สะท้อนว่าฝ่ายที่มีเสียงข้างมากไม่คำนึงถึงคนอื่น เอาแต่ใจตัวเอง ส่วนพรรคชาติไทยและพรรคอื่นอาจงดออกเสียงทำให้คะแนนที่ออกมาไม่สง่างามสำหรับประธานสภานั้น ก็แล้วแต่คนจะมอง แต่ภายในรัฐบาลไม่ค่อยมีความเรียบร้อยเท่าใด "เติ้ง-ลูกนา"ชิ่ง-อ้างติดภารกิจ เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรณีพิเศษ มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธาน วาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนายยงยุทธ ติยะไพรัช ลาออกจากตำแหน่ง มีสมาชิกเข้าประชุม 454 คน จากจำนวนทั้งหมด 472 คน ทั้งนี้หัวหน้าพรรคทุกพรรครวมถึงแกนนำคนสำคัญที่เป็นรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ยกเว้นนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ลาประชุม โดยแจ้งว่าติดประชุมด่วนที่จ.สุพรรณบุรีในช่วงเช้า และช่วงบ่ายต้องไปให้ปากคำกับอัยการสูงสุดในคดียุบพรรค ก่อนเข้าสู่วาระ นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.เพชร บุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือว่าการนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษครั้งนี้ สมาชิกได้รับข้อความทางโทรศัพท์มือถือเมื่อวันที่ 9 พ.ค. เวลา 16.10 น. ไม่ทราบว่าจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร เมื่อตนมาถึงห้องประชุมก็ทราบว่ามีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 8 พ.ค. แต่ตนไม่ได้รับหนังสือนัดประชุม เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ก็มีประชุมสภา ทำไมประธานไม่แจ้งในที่ประชุม การดำเนินการครั้งนี้ไม่เหมาะสมเพราะรีบเร่ง รัฐบาลต้องรับผิดชอบ การประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาเมื่อวันที่ 22 ม.ค. พรรคฝ่ายค้านเคยท้วงติงการเสนอชื่อบุคคลที่อาจมีปัญหาและมีผลในการปฏิบัติงานของสภา ต่อมาเกิดเหตุอย่างนั้นจริงๆ หากยังมีการเร่งรัดรวบรัด เสนอบุคคลที่มีความมัวหมอง มีปัญหารุกที่การรถไฟฯ ก็จะเป็นปัญหาในอนาคต ปชป.ตีรวน-พปช.ประท้วงวุ่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอลงกรณ์อภิปราย มีการประท้วงกันวุ่นวายระหว่างส.ส.พรรคพลังประชา ชนกับประชาธิปัตย์ โดยนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พฤติกรรมการเรียกประชุมไม่ชอบมาพากล เพราะการประชุมคณะกรรมการประสานงานทุกพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ก็ตกลงกันแล้วว่าจะประชุมวันที่ 14 พ.ค. นายสมศักดิ์จึงชี้แจงว่า ตนออกหนังสือนัดประชุมวันที่ 12 พ.ค. เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ค. ถูกต้องตามข้อบังคับที่กำหนดว่าให้นัดประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน และเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญจึงกำชับเจ้าหน้าที่ส่งข้อความให้สมาชิกทางโทรศัพท์มือถือด้วย ฉะนั้นขั้นตอนทุกอย่างถูกต้อง จากนั้นเข้าสู่วาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนนายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน เสนอชื่อนายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน จึงต้องลงมติด้วยวิธีการลับเนื่องจากมีการเสนอชื่อเกิน 1 คน อย่างไรก็ตาม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ พยายามหารือว่าข้อบังคับการประชุมไม่ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์แต่น่าจะให้สมาชิกอภิปรายได้ ทำให้นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน โต้แย้งว่าข้อบังคับระบุชัดเจนว่าห้ามอภิปราย ฉะนั้นอย่ามาเลี่ยงบาลี นายสมศักดิ์จึงตัดบทให้ยุติการหารือและลงคะแนน แต่นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า ประธานทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ขอให้พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่ 2 ขึ้นควบคุมการประชุมแทน ต่อมานายอลงกรณ์ กล่าวว่า มีข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะงดออกเสียงให้นายชัยแล้วจะลงคะแนนอย่างไร เพราะส.ส.พรรคร่วมยังไม่ยอมรับผู้ได้รับการเสนอชื่อจากฝั่งตัวเอง ทำให้สมาชิกพรรคพลังประชา ชนและพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงกันไปมาอีกครั้ง "ชัย"ฉลุย 283 เสียง-"หยัด"ได้158 จากนั้นนายสมศักดิ์ ชี้แจงการทำหน้าที่ด้วยเสียงสั่นเครือว่า ทำหน้าที่เป็นกลางแล้วและเป็นกลางมาตลอด ก่อนจะตัดบทให้ลงคะแนนลับ ให้สมาชิกเขียนชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อลงในบัตร ปรากฏว่านายชัยได้คะแนน 283 คะแนน นายบัญญัติได้ 158 คะแนน งดออกเสียง 12 คะแนน ทำให้นายชัยได้รับเลือกเป็นประธานสภาคนใหม่ และสั่งปิดประชุมเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงคะแนนส.ส. พรรคประชาธิปัตย์หลายคนทักท้วงนายสมศักดิ์ เรื่องการฝากสมาชิกคนอื่นลงคะแนน นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่านั่งทำหน้าที่ประธานการประชุมอยู่ ไม่สามารถลงไปเองได้ พร้อมระบุว่าตนงดออกเสียง เพื่อยืนยันความเป็นกลาง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนที่นายสมศักดิ์จะประกาศผลคะแนน นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่า นายสมพล เกยุราพันธุ์ และนายสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้เดินไปลงคะแนนด้วยตัวเอง ฉะนั้นหากมีคะแนนเกิน 452 คะแนนถือว่าไม่ชอบธรรม เพราะตามข้อบังคับการประชุมข้อ 72 ไม่สามารถลงคะแนนแทนกันได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อนายสมศักดิ์ประกาศผลคะแนนแล้วก็ได้สั่งปิดประชุมทันที ซึ่งการประชุมสภาครั้งนี้ พ.อ.อภิวันท์ลงมานั่งที่นั่งของสมาชิกด้านล่างเพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนนด้วย สำหรับผลการลงมติที่นายบัญญัติได้คะแนน 158 เสียง ขณะที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้มีจำนวน 164 คน เป็นเพราะการประชุมนัดนี้ส.ส.ประชาธิปัตย์ลาประชุม 8 คน จึงเหลือ 156 คน ดังนั้น เสียงจึงเพิ่มมา 2 เสียง เท่ากับว่ามีส.ส.จากซีกรัฐบาลแอบเทคะแนนให้ โดย 2 เสียงดังกล่าวน่าจะเป็น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทย และรองนายกฯ ส่วนอีกคนคือนายเอกพจน์ ปานแย้ม ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทยเช่นกัน ส่วน 12 เสียงที่งดออกเสียงน่าจะมีทั้งพรรคชาติไทยและพรรคพลังประชาชนภาคอีสานบางส่วน ที่ประกาศไม่สนับสนุนนายชัย ส.ส.พปช.แสดงความยินดีบางตา ภายหลังการประกาศผลเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เสร็จสิ้น เป็นที่น่าสังเกตว่าในซีกที่นั่งฝั่งของพรรคพลังประชาชน มีส.ส.นั่งอยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่เดินทางกลับทันที ขณะที่ส.ส.รัฐบาลมีไม่ถึง 20 คนที่เดินเข้าไปแสดงความยินดีกับนายชัย ชิดชอบ ว่าที่ประธานสภาคนใหม่ อาทิ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธา นี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยนายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ส.ส.สัด ส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน จากนั้น นายชัย เดินเข้าไปทักทายในซีกของส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แต่พูดคุยทักทายเพียงเล็กน้อยก่อนออกจากห้องประชุม ซึ่งบรรยากาศการแสดงความยินดีกับว่าที่ประธานสภาครั้งนี้ แตกต่างกับทุกครั้งแม้ในช่วงการเลือกนายยงยุทธ ติยะไพรัช ก็มีสมาชิกเข้ารุมล้อมแสดงความยินดีจำนวนมาก พปช.ขู่ปลาไหลระวังโดนเอาคืน นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อสภามีมติเลือกนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะส่งหนังสือแจ้งผลการเลือกไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คาดว่าหลังตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยจะส่งได้ภายในวันนี้ เพื่อให้ดำเนินการนำรายชื่อประธานสภาคนใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อแต่งตั้งต่อไป นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีมีสมาชิกงดออกเสียงในการโหวตลงมติเลือกนายชัยว่า เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนมีมติออกมาแล้ว และพรรคก็มีมติสนับสนุนนายชัย เมื่อพรรคแกนนำรัฐบาลมีมติออกเช่นนี้ พรรคร่วมรัฐบาลก็ควรยอมรับและปฏิบัติตาม หากการลงมติครั้งนี้มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดงดออกเสียง หรือไม่โหวตให้เรา แล้วจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ถ้าถึงเวลาที่มีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เราจะไม่โหวตให้บ้างคงว่ากันไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ถือว่าไม่เคารพมติของพรรคแกนนำ เมื่ออยู่ร่วมกันควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน "เหนาะ"เชื่อ"ชัย"ทำหน้าที่ได้ชัวร์ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้สัมภาษณ์ว่า คิดว่าเรื่องการทำหน้าที่ของนายชัย คงไม่มีปัญหา เพราะอยู่มาจนขนาดนี้แล้ว เรื่องการทำหน้าที่ตนคิดว่าชัวร์ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความรู้สึกของประชาชนด้วย เมื่อถามว่าดูเหมือนพรรคชาติไทยจะน้อยใจพรรคพลังประชาชน ที่ไม่แจ้งล่วงหน้าว่าจะประชุมด่วนเพื่อเลือกประธานสภา ในส่วนของพรรคประชาราชมีหรือไม่ นายเสนาะกล่าวว่า พรรคประชาราชก็ไม่มีใครมาบอกแค่แจ้งมาให้ทราบเท่านั้นเอง และวันที่คุยกัน 6 พรรคร่วมรัฐบาลบนโต๊ะอาหารก็ไม่ได้คุยถึงเรื่องนี้ เมื่อผู้จัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นพรรคใหญ่มีมติพรรคว่าจะให้ใครเป็นอะไรก็เป็นเรื่องของพรรคจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าจะเอาเรื่องที่มีผลได้ผลเสียต่อประเทศชาติบ้านเมืองมาโหวตก็ต้องมาคุยกันหน่อย แต่การตั้งบุคลากรหากคุณสมบัติพร้อมก็เป็นเรื่องของพรรคใหญ่ที่จัดตั้งรัฐบาล เรื่องนี้เราไม่สามารถทัดทานได้ เมื่อถามว่านายชัย จะคุมเกมในการประชุมสภา ได้หรือไม่ นายเสนาะกล่าวว่า คิดว่าได้เพราะอาวุโสและเป็นผู้แทนมาพร้อมๆ กับตน ส่วนที่นายชัย มีปัญหาการยอมรับของสังคมก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เราทำหน้าที่ตามครรลองของความถูกต้องเท่านั้น ซึ่งหากเป็นแล้วมาทำอะไรไม่ดีก็ต้องว่ากัน เมื่อถามย้ำว่าการเอาคนที่สังคมสงสัยมาเป็นประธานสภา จะมีปัญหาในการทำงานหรือไม่ นายเสนาะกล่าวว่า สังคมยอมรับหรือไม่ยอมรับก็พูดลำบาก จะให้คนยอมรับทั้งหมดก็ไม่ได้และจะมาอ้างว่าสังคมไม่ยอมรับก็ต้องถามว่าสังคมที่ไหน แม้กระทั่งในสภาก็มีเสียงข้างมาก ข้างน้อย เสียงไม่เห็นด้วยก็มี แต่สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย เพราะระบอบประชาธิปไตยต้องมาพิสูจน์กันในสภาถ้าจะบอกว่าสังคมไม่ยอมรับแล้วใครที่เป็นคนพูด "ชัย"ดันหาที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายชัยกล่าวหลังจากได้รับเลือกเป็นประธานสภา กรณีที่ได้รับเลือกโดยมติ 283 เสียงว่าไม่ถือว่าเสียงแตก เพราะสมาชิกหลายคนเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนที่งด 12 เสียงยังไม่รู้ว่าเป็นของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะเป็นการลงคะแนนลับ ภารกิจแรกหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ คือการเร่งสร้างความสมานสามัคคีของทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล อยากให้สื่อจับตาดูว่าตนจะทำอย่างไร ส่วนเรื่องสำคัญที่สุดของการเข้ามาเป็นประธานสภาคือการมีที่ทำการรัฐสภา เป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต จะพยายามทำให้เสร็จทันในช่วงที่ตนเป็นประธานสภา โดยเอาที่ทั้ง 4 แห่งมาปัดฝุ่นใหม่ งบประมาณไม่น่าจะเกินพันล้าน ขณะนี้เรื่องมากองอยู่ที่สภาหมดแล้ว ขอให้ทุกคนมีความสุขที่ได้ประธานสภาคนใหม่ นายชัยกล่าวว่าจำนวนเสียงสมาชิกที่หายไปจะไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการเป็นประธานสภาเพื่อเข้ามาคุมเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่ทราบ ต้องรอโปรดเกล้าฯถึงจะทำงาน อีกทั้งยังไม่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข จึงยังไม่ทราบหน้าที่และภารกิจ สำหรับบุคคลที่จะมาเป็นประธาน วิปรัฐบาลแทนตน เป็นเรื่องของนายกฯ ขณะนี้มีผู้ที่เหมาะสมหลายคน อาทิ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองประธานวิปรัฐบาล และนายสามารถ แก้วมีชัย เลขานุ การวิปรัฐบาล จะต้องฟังเสียงพรรคร่วมรัฐบาลด้วย สำหรับกระแสข่าวส.ส.อีสานใต้นัดรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ หลังการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ฉลองให้ตนล่วงหน้า (อ่านรายละเอียดน.6) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวนายชัยได้หยิบซองเกลือแร่บำรุงกำลังขึ้นมาชงดื่ม ระบุว่าเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่รสส้มไว้ชงดื่มก่อนรับประทานอาหารเที่ยง ไม่ได้เป็นเครื่องดื่มชูกำลังหลังจากหมดแรงหรือเพื่อโด๊ป พร้อมยืนยันว่ายังเตะปี๊บดังอยู่ ทำหน้าที่ประธานสภาได้ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ได้อยู่กับประธานสภาคนเดียว เพราะต้องเป็นมติของเสียงส่วนใหญ่ว่าจะแก้ไขอย่างไร ต้องมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง "ณัฐวุฒิ"เชื่อมติชาติไทยไม่กระทบ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคชาติไทยงดออกเสียงเลือกนายชัย และมีส.ส.บางคนเลือกนายบัญญัติ ว่าตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ส.ส.ทุกคนมีอิสระในการตัดสินใจลงมติตามความคิดของตนเอง ถึงแม้พรรคชาติไทยจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่ก็มีแนวทางในการทำงานและมีจุดยืนในแบบฉบับของตนเอง ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องให้การยอมรับการตัดสินใจของพรรคชาติไทยด้วย และยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจกันจึงถือเป็นเรื่องปกติ ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่สมาชิกพรรคร่วมมีเสียงแตกแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการทำงานของประธานสภาหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่าการเลือกประธานสภาในหลายสมัยก็มีปรากฏการณ์ในลักษณะเช่นนี้ น้อยครั้งที่ประธานสภาจะได้รับคะแนนเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกรัฐสภา ดังนั้นปรากฏการณ์ของนายชัยถือเป็นปรากฏการณ์ปกติ จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาการทำงานในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน ต่อข้อถามว่าพรรคพลังประชาชนจะต้องทบทวนบทบาทตัวเองในการให้เกียรติพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลหรือไม่ รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่าพรรคพลังประชาชนเคารพและให้เกียรติแนวทางการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรครวมไปถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย และเมื่อมีเสียงสะท้อนออกมาจากเพื่อนร่วมงาน เช่นพรรคชาติไทย ซึ่งในกรณีนี้ผู้ใหญ่ในพรรคก็จะได้พิจารณาและสื่อสารทำความเข้าใจต่อไป เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคชาติไทยงดออกเสียงในครั้งนี้ เป็นเพราะไม่พอใจและเอาคืนพรรคพลังประชาชนเมื่อครั้งที่มีการจัดสรรโควตารัฐมนตรี นายณัฐวุฒิกล่าวว่าวันนี้พรรคชาติไทยก็มีตำแหน่งอย่างที่เป็นอยู่ ไม่มีอะไรที่กระทบต่อโควตาของพรรคชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีหรือตำแหน่งใดๆ จึงไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้พรรคชาติไทยงดออกเสียง "เติ้ง"เย้ย"ชัย"คุมเกมในสภาไม่ได้ ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนเลือกนายชัยเป็นประธานสภาว่า เขาชนะอยู่แล้ว ในส่วนของพรรคชาติไทยขอย้ำว่าพรรคไม่ได้มีมติให้งดออกเสียง เพียงแต่การประชุมเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการงดออกเสียง แต่มีบางคนเสนอให้ฟรีโหวต ทั้งหมดเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส. เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมให้งดออกเสียงตนก็ไม่ขัดข้อง เมื่อถามว่าเป็นห่วงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า เป็นห่วงการทำงานมากๆ เลย เพราะตอนที่นายชัยเป็นประธานวิปรัฐบาลก็มีสมาชิกมาบ่นอยู่ตลอดเวลาว่าไม่สามารถควบคุมการประชุมได้ แต่ในเมื่อคะแนนออกมาแบบนี้ก็ต้องยอมรับ เพราะรัฐบาลมีเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นห่วงว่านายชัยจะคุมเกมในสภาได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องการประชุมเลือกประธานสภาในอดีตต้องมีขั้นตอนการประสานจากผู้ใหญ่ของแต่ละพรรคว่าจะเสนอใคร อย่างครั้งที่แล้วนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้ประสานงานมาว่าเสนอนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธาน พรรคก็ไม่ขัดข้องแต่ครั้งนี้ทำกันรวบรัด ทำให้ไม่มีเวลาพิจารณาเลย นายบรรหารกล่าวว่า เรื่องที่มีการงดออกเสียงคงจะไม่กลายเป็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนจะกระทบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของสภาไม่ใช่ของรัฐบาล เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรไปถึงนายชัยหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่มีอะไรฝาก เพราะภาษาการเมืองท่านก็รู้ดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามฝ่ายนิติบัญญัติที่ดีจะต้องมีความมั่นคง มีการประนีประนอมและประสานงานกับพรรคฝ่ายค้านได้ "ลูกนา"อัดพปช.เสนอคนมีปัญหา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีนายชัยได้รับเลือกเป็นประธานสภาคนใหม่ว่า โดยมารยาทแล้วก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะตำแหน่งนี้ถือเป็นประมุขรัฐสภา มีความสำคัญและมีบทบาทเป็นเกียรติภูมิ คนที่เข้ามารับตำแหน่งถือเป็นที่คาดหวังของประชาชน น.ส.กัญจนากล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ยินการวิพากษ์วิจารณ์นายชัย จากการทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลในเรื่องความเป็นกลาง และการไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็น ครั้งนี้เมื่อมานั่งในตำแหน่งที่มีบทบาทและความสำคัญสูงขึ้นก็ขอให้นายชัยให้ความสำคัญเรื่องความเป็นกลางในการทำหน้าที่มากกว่าที่เป็นอยู่ และอย่ารีบด่วนสรุปความเห็นใดที่ไม่เห็นด้วย โดยไม่รับฟังเสียงพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน เพราะจะทำให้ภาพการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาประสบปัญหาได้ ส่วนเรื่องคะแนนโหวตของพรรคชาติไทยนั้น ตนไม่อยากย้อนความและพูดถึงเพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ในการโหวตของส.ส.ที่สามารถกระทำได้อย่างอิสระ น.ส.กัญจนากล่าวถึงคดีรุกที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ของนายชัย ที่ยังค้างคาในขณะนี้ว่า ตนไม่เข้าใจการเสนอคนมารับตำแหน่งประธานสภาในแต่ละครั้งของพรรคพลังประชาชน ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันขออย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกรณีประธานสภาคนที่แล้ว เพราะคดีความดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องมีการชำระข้อเท็จจริงอีกมาก คิดว่าคงต้องรอดูการทำงานของนายชัยกันต่อไป "เอกพจน์"โต้เทเสียงหนุน"บัญญัติ" นายเอกพจน์ ปานแย้ม ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวถึงจุดยืนของพรรคชาติไทยกับการลงคะแนนเลือกประธานสภา ว่า การประชุมสภาวันเดียวกันนี้มีสมาชิกพรรคชาติไทยเข้าร่วมประชุม 31 คน ขาดเพียง 3 คน คือนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรค และนายกมล จิระพันธุ์วานิช ส.ส.ลพบุรี สำหรับผลคะแนนที่ออกมา 283 ต่อ 158 และงดออกเสียง 12 คะแนนนั้น ขอยืนยันว่าพรรคชาติไทยมีมติที่ได้ตกลงร่วมกันว่าฟรีโหวตเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นการลงคะแนนหนุนให้นายบัญญัติแน่นอน "การประชุมนอกรอบที่ห้องกรรมาธิการ 4 นั้นเมื่อช่วงเช้าก่อนลงมติ มีผู้ใหญ่ต่อสายมาคุยกับท่านพล.ต.สนั่นแล้วว่าขอให้ช่วยโหวตให้คุณชัยหน่อย พรรคชาติไทยก็บอกว่าเป็นการติดต่อมาช้าไป เนื่องจากแถลงจุดยืนไปแล้ว เลยบอกไปว่าขอเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.แต่ละคนผสมกันไปก็แล้วกัน คิดว่าชาติไทยก็ปนๆ กันไประหว่างผู้เห็นชอบคุณชัย กับงดออกเสียง แต่ไม่มีเลือกคุณบัญญัติแน่" นายเอกพจน์กล่าว นายเอกพจน์กล่าวด้วยว่า พรรคมีข้อเดียวที่ติดใจ คือการแสดงท่าทีทางการเมืองที่มีการนัดประชุมสภาโดยส่งข้อความผ่านมือถือมายังนายบรรหาร ซึ่งไม่เคยปรากฏเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องถามหาพื้นที่ของการให้เกียรติในการทำงานร่วมกัน แต่ก็ขอยืนยันว่าเป็นการแสองออกทางการเมืองในแต่ละครั้งไป ไม่มีการสะสมและติดพันกับกรณีจุดยืนทางการเมืองครั้งอื่นๆ รายงานข่าวจากพรรคชาติไทยเผยว่า ผู้ใหญ่ที่มีการต่อสายไปยังนายบรรหาร และพล.ต.สนั่น ก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกประธานสภาคือนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการพูดว่าขอความร่วมมือ เพื่อให้เสียงโหวตมีเอกภาพในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเช่นเดียวกัน ทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคชาติไทยแสดงท่าทีอ่อนลงและไฟเขียวให้ส.ส.ลงคะแนนเลือกนายชัยเท่าที่มีความเห็นชอบ โฆษกรัฐอัด"หัวเถิก"-หาวิกมาใส่ ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เวลา 08.30 น. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ประจำปีการศึกษา 2550-2551 จากนั้นเวลา 09.30 น. เดินทางเข้าร่วมประชุมสภา เพื่อเลือกประธานสภาคนใหม่ ก่อนกลับมายัง วปอ.อีกครั้งในเวลา 10.40 น. เพื่อบรรยายพิเศษแก่นักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 50 เรื่องประวัติศาสตร์การเมืองไทย ใช้เวลาบรรยายร่วม 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟัง ก่อนเดินทางกลับนายสมัครยังคงปฏิเสธการให้สัมภาษณ์เหมือนเคย พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการสำรวจของเอแบคโพลที่ระบุว่าการทำงานของรัฐบาลสอบตกทุกด้าน ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังรวบรวมผลงานใน 3 เดือนแรกและจะแถลงในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ในฐานะที่ตนเป็นโฆษกรัฐบาลและทำงานร่วมกันมา เป็นไปไม่ได้ที่ว่าผลการทำงานทุกด้านจะห่วย การทำโพลขึ้นอยู่กับวิธีการสุ่มตัวอย่าง หากไปถามคนที่ไม่ชอบรัฐบาลก็ต้องออกมาในลักษณะนี้ แต่ถ้าลองไปถามคนต่างจังหวัดก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่า 3 เดือนเร็วไปที่จะมาพูดถึงผลงาน พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าวถึงการปรับ ครม.ว่าจะปรับเล็กหรือปรับใหญ่นั้นขณะนี้มีตำแหน่งรัฐมนตรีว่างเพียง 1 ตำแหน่ง ซึ่ง 6 พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมาพูดคุยกัน ส่วนจะมีพรรคร่วมรัฐบาลอื่นขอปรับในพรรคของตัวเองด้วยหรือไม่ก็ต้องมาหารือกัน และหากไม่มีก็จะปรับเพียงเก้าอี้เดียวคือตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐมนตรีกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงสาธารณสุข หรือ รมช.พาณิชย์ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับไปพร้อมกัน พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี รัฐมนตรีทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ เพียงแต่ผลงานอาจจะออกมาช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน แม้จะมีการปรับ ครม.เล็กก็คงไม่เกิดความวุ่นวาย "จะมีคนที่สร้างปัญหาอยู่กลุ่มเดียวเท่านั้นคือไอ้หัวเถิก ก็ให้ไปซื้อวิกที่เขาโฆษณากันอยู่เอามาใส่หัวซะ หัวจะได้ดีหน่อย สมองจะได้คิดแต่สิ่งดีๆ" พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าว หนุน"วิชาญ"อาวุโส-นั่งรมว.พัฒนาสังคม ต่อข้อถามว่าเก้าอี้ รมว.พม.ถือเป็นโควตาส.ส. กทม.ของพรรคหรือไม่ พล.ต.ท.วิเชียรโชติกล่าวว่า ไม่ใช่ เป็นเรื่องที่พรรคจะต้องมาพิจารณา ที่ผ่านมาเพียงแต่นายสุธา ชันแสง อดีตรมว.พม.เป็นส.ส.กทม. เลยอยากจะขอให้เป็นโควตาของกทม.ต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.นั้น ตนคิดว่าก็มีความเหมาะสมทั้งเรื่องอาวุโส เป็นส.ส.มา 3 สมัยและจบปริญญาโท ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย กล่าวถึงผลการสำรวจที่ระบุว่ามีผลงานต่ำที่สุดในครม. ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า โพลไปถามเด็กๆ ที่ไม่ได้เที่ยวดึกหรือเปล่า ถึงออกมาเป็นอย่างนี้ ลองไปถามผู้ใหญ่ดูว่าเป็นอย่างไร ต่อข้อถามถึงการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการงดออกเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลรวมทั้งในพรรคพลังประชาชนเอง รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ความแตกต่างทางความเห็นเกิดขึ้นได้ แต่จะไม่กลายเป็นความแตกแยกอย่างแน่นอน เพราะนี่คือประชาธิปไตยจะไปสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ ส่วนเรื่องของพรรคชาติไทยที่มีข่าวงดออกเสียง ขอไม่วิจารณ์ข้ามพรรค แต่เชื่อมั่น 6 พรรคร่วมก็ยังร่วมมือกันดีอยู่ ความสัมพันธ์ยังแน่นปึ้กอยู่เหมือนเดิม น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยถึงแนวทางในการปรับครม.ว่า ทุกอย่างต้องขึ้นกับการตัดสินใจของนายกฯ แต่คงใช้เวลาไม่นานนัก วันที่ 13 พ.ค.นี้ จะคุยหลายเรื่องภายในพรรค รวมทั้งวิป กรรมาธิการ แต่ยอมรับว่าตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลงนั้นได้คุยกันในพรรคเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องให้นายกฯ ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ย้ำปฏิวัติมีแต่ทำให้ประเทศล้าหลัง น.พ.สุรพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า ข่าวลือรัฐประหารที่ปรากฏเป็นข่าวถี่ในช่วงนี้ตนไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง เนื่องจากการทำรัฐประหารในช่วงเวลานี้จะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและต่างประเทศ เพราะประชาชนมีความกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจที่หนักหน่วงอยู่แล้ว การรัฐประหารจะทำให้เศรษฐกิจตกต่ำยิ่งขึ้น การบริหารประเทศจะยากมากหากมีการรัฐประหารเกิดขึ้นในช่วงนี้ เชื่อว่าจะไม่มีใครยอมหรือกล้ามารับหน้าที่บริหารประเทศอีก ตนไม่ได้ขู่ใครทั้งสิ้น ส่วนกรณีพรรคร่วมรัฐบาลไม่เป็นเอกภาพ เห็นได้จากการงดออกเสียงเลือกประธานสภาคนใหม่ของพรรคชาติไทยนั้น น.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า การเลือกประธานสภาคงไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยหรือไม่ เพราะงดออกเสียง 20 เสียงจากเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลราว 80 เสียง จึงไม่ถือเป็นคะแนนของพรรคร่วม แต่คิดว่าเป็นเรื่องของเอกสิทธิ์ของส.ส.มากกว่า น.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญจะถือเป็นเรื่องของสภา จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับสภาส่วนรัฐบาลจะดูแลด้านปากท้องชาวบ้านเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องผลโพลที่ออกมาไม่พอใจผลงานรัฐบาลนั้น อยากให้พิจารณากันด้วยว่าหากรัฐบาลไม่มีนโยบายลดรายจ่ายจากมาตรการภาษีต่างๆ และเพิ่มรายได้จากโครงการเอสเอ็มแอล ธนาคารประชาชนนั้น ทุกวันนี้เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร จะแย่หรือดีกว่านี้หรือไม่ ผบ.ทบ.ยืนยันอีกทหารไม่ปฏิวัติ ที่หน่วยบัญชาการกำลังสำรองทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวทหารจะปฏิวัติอีกครั้งเพราะสถานการณ์การเมืองไม่แน่นอนว่า ยืนยันว่าไม่มีปฏิวัติแน่นอน ไม่ได้หนักใจต่อกระแสข่าวนี้ เมื่อถามถึงนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ระบุห้ามสื่อของรัฐเสนอข่าวปฏิวัติ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่มีความเห็น ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกฯ กล่าวถึงปัญหาทางการเมืองขณะนี้ว่า ตนไม่ฝากอะไรแต่อยากฝากถึงเยาวชนมากกว่า เมื่อถามเป็นห่วงความแตกแยกทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง ต้องช่วยกันแก้ได้ ตนไม่อยากตอบปัญหาทางการเมือง เมื่อถามถึงอาการป่วยของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จากกล่องเสียงอักเสบ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า แพทย์ให้พล.อ.เปรมพัก การใช้เสียงมากๆ ทำให้หายช้า แต่ไม่ทราบว่าให้พักงานกี่วัน เมื่อถามว่าสาเหตุที่พล.อ.เปรมหายป่วยช้าเพราะเป็นห่วงเรื่องการเมืองหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นเพราะหลอดเสียงของท่าน "มาร์ค"แนะพปช.ฟังเสียงสังคม ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงที่ประชุมสภามีมติเลือกนายชัยเป็นประธานสภาว่า เป็นไปตามความคาดหมาย พรรครัฐบาลก็ต้องสนับสนุนคนของรัฐบาล หากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อใด ประธานสภาต้องเร่งพิสูจน์ตัวเอง สิ่งแรกคือก่อนปิดสมัยประชุมนี้ อยากเห็นการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาตามข้อตกลงเดิม เพื่อแสดงให้เห็นว่าประธานสภาอยู่เหนือผลประโยชน์ของพรรค ถ้าทำได้จะทำให้บรรยากาศหรือความเชื่อมั่นดีขึ้น แต่หากปิดสมัยประชุมแล้วยังตั้งคณะกรรมาธิการสามัญไม่ได้ รวมทั้งไม่มีผลงานเรื่องกฎหมาย ถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เมื่อถามว่าภาพของนายชัยที่สังคมไม่ยอมรับ จะทำให้ภาพของสภาเสื่อมเสียด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่านายชัยยิ่งต้องพิสูจน์ตัวเอง เมื่อถามว่าการที่นายชัยได้ตำแหน่งประธานสภา ถือเป็นการสมนาคุณให้กับนายเนวิน ชิดชอบ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อดีตจะเป็นอย่างไร แต่วันนี้ประธานสภาคนใหม่ต้องพิสูจน์ตัวเองในการทำงาน ส่วนที่นายชัยมีคดีความติดตัวจะมีผลต่อความสง่างามของสภาเป็นข้อเท็จจริงที่เราทำอะไรไม่ได้ ฝ่ายค้านพยายามทักท้วงมาตลอด แต่เมื่อมติของสภาออกมาเช่นนี้ต้องเดินหน้าต่อไป เมื่อถามว่าพรรคพลังประชาชนไม่ฟังเสียงทักท้วงและยืนยันส่งคนที่มีคดีความลงชิงประธานสภาจะซ้ำรอยกรณีนายยงยุทธหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนควรรับฟังเสียงทักท้วงของสังคม ถ้าบ้านเมืองมีบรรยากาศของความเชื่อมั่น การทำงานของรัฐบาลจะง่ายขึ้น จวก"หมัก"สร้างประเด็นขัดแย้งเอง นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงนายสมัครลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนในจังหวัดภาคใต้ว่า เป็นเรื่องน่าดีใจ นายกฯยอมปรับท่าทีในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการติดตามสภาพปัญหาในพื้นที่ การที่นายสมัครยังวนเวียนกับการนำประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองมาพูดผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ทำให้เห็นว่านายสมัครกระโดดลงไปรับปัญหาทุกๆเรื่อง ไม่ว่าประเด็นเขาพระวิหาร ปัญหาเกี่ยวกับนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้รู้สึกว่ามีคนที่อยู่รอบตัวนายสมัครและอยู่เบื้องหลังพรรคพลังประชาชนยังเดินหน้าทำเรื่องที่หลายคนไม่สบายใจ แต่นายสมัครกลับตีความหมายว่าเป็นเรื่องของตัวเอง และออกมาตอบโต้ในทุกที "คนทั่วไปไม่มีความคิดตั้งตัวเป็นศัตรูคนระดับนายกฯ แต่คนที่อยู่รอบตัวนายกฯหรืออยู่เบื้องหลังพรรคพลังประชาชนยังสร้างปัญหาไม่หยุด ถ้านายกฯมองด้วยความเป็นธรรม แสดงให้เห็นว่าตัวท่านและรัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ทุกอย่างจะชัดเจน กรณีคุณจักรภพ นายกฯควรรับฟังข้อเท็จจริงอย่าไปปกป้อง สิ่งที่คุณจักรภพเคยพูด พรรคประชาธิปัตย์ถอดเทปคำพูดทั้งหมด ถ้าใครรู้ภาษาอังกฤษก็จะรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูด แสดงออกถึงทัศนคติที่เป็นอันตราย ถ้านายกฯยืนยันว่าจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้ขาดก็อาจเป็นเรื่องลำบาก เพราะเป็นคดีที่ละเอียดอ่อน" นายอภิสิทธิ์กล่าว เมื่อถามถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่นายสมัครควรทำหน้าที่เป็นนายกฯตัวจริงอย่างแท้จริง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่านายสมัครควรมีท่าทีที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและคนบางกลุ่ม ต้องแสดงออกให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ ถ้านายสมัครทำได้เงื่อนไขข้อจำกัดในการทำงานจะลดลงไปเอง "นายกฯควรทำอะไรได้มากกว่านี้โดยเฉพาะการสร้างความสามัคคีในบ้านเมือง ต้องไม่เป็นต้นตอจุดประเด็นความขัดแย้งเสียเอง อะไรที่เป็นความขัดแย้งต้องหาวิธีประนีประนอม ผมมองไม่เห็นประโยชน์ที่นายกฯจะออกมาสร้างความขัดแย้ง แต่นิสัยท่านคงอดไม่ได้ที่จะออกมาตอบโต้โดยใช้ถ้อยคำที่ยิ่งทำให้ปัญหาลุกลาม" นายอภิสิทธิ์กล่าว ปชป.ลุยถอดถอน"สมพงษ์-จักรภพ" เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมหารือถึงประเด็นการยื่นถอดถอนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม โดยพิจารณาถึงการเสนอชื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ปปท.) ว่าล่าช้ากว่าที่กฎหมายกำหนด พิจารณาจากเอกสารที่นายสมพงษ์มอบให้ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่าปลัดกระทรวงยุติธรรมส่งรายชื่อมาให้ในวันที่ 25 มี.ค. ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้เลือกกรรมการปปท. ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 มี.ค. แต่ปลัดกระทรวงยุติธรรมส่งรายชื่อให้นายสมพงษ์ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. ปัญหาก็คือว่าในช่วงระยะเวลา 5 วันรมว.ยุติ ธรรมทำอะไรอยู่ทำไมถึงไม่ดำเนินการ ทั้งหมดจะพิสูจน์เจตนาของรมว.ยุติธรรมว่าจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอนต่อไป นายสาทิตย์กล่าวว่า สำหรับรัฐมนตรีคนอื่นกรณีนายไชยา สะสมทรัพย์ และนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ นั้น ติดขัดในส่วนของเอกสารที่ป.ป.ช.ยื่นต่อประธานสภา เพราะระบุว่าเป็นเอกสารที่อยู่ในชั้นความลับ โดยเลขาธิการสภาผู้แทนฯระบุว่าหากต้องการเอกสารต้องร้องไปยังป.ป.ช.ให้ยกเลิกชั้นความลับก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อส.ว.ยื่นตีความสถานะของรัฐมนตรีทั้ง 2 แล้ว ฝ่ายค้านคงไม่ดำเนินการซ้ำซ้อน สำหรับนายสุธา ชันแสง อดีตรมว.การพัฒนาสังคมฯ เมื่อลาออกแล้วก็คงจะยุติ ส่วนกรณีของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจทานคำร้องขอถอดถอน คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยยื่นต่อประธานวุฒิสภาในวันที่ 14 พ.ค.นี้ โดยจะรวมคำสั่งของรมต.ประจำสำนักนายกฯในเรื่องการคุกคามสื่อเข้าไปด้วย เพราะว่าจงใจกระทำผิดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน "จักรภพ"ยันข้อหมิ่น-เจตนาหาเรื่อง เมื่อเวลา 16.30 น. นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประ จำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวผ่านในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ว่าให้ตำรวจสอบสวนกรณีมีการกล่าวหาตนหมิ่นเบื้องสูง ว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจว่าตนไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้น และตนจะจัดทำคำแปลที่ถูกต้องของคำบรรยายที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในเร็วๆ นี้ เพื่อใช้ยืนยันว่าการนำเสนอมีการแปลผิดแปลถูก จึงต้องนำมาชี้แจงให้ถูกต้อง เพราะบางเรื่องก็เป็นการใส่ความ เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้แนะนำอะไรบ้าง นายจักรภพกล่าวว่า ไม่มี ที่นายกฯ บอกผ่านรายการถือว่าเป็นความกรุณาแล้ว ซึ่งให้ความเป็นธรรมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเจตนาหาเรื่อง ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เมื่อจัดทำเอกสารเสร็จจะนำไปมอบให้พนักงานสอบ สวนด้วยตัวเอง เพราะอยากให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุดเพราะเป็นการใส่ความ ซึ่งยังไม่ทราบว่าผู้กระทำการกล่าวหาตนเป็นกลุ่มใด เชื่อว่ามี 2 กลุ่ม คือจงใจหาเรื่องเพื่อให้รัฐบาลมีปัญหา ส่วนกลุ่มที่ 2 คือคนที่เชื่อว่าตนเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ซึ่งอย่างหลังน่ากลัวที่สุดและตนเป็นห่วง จึงขอยืนยันว่าไม่มีใครในรัฐบาลชุดนี้ที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ขอร้องให้กลุ่มคนดังกล่าวคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก อย่าเห็นเรื่องความแค้น มีผู้ต้องการหวังผลในทางการเมือง เมื่อถามว่าเหตุใดรัฐบาลชุดนี้มักถูกโจมตีเรื่องสถาบัน นายจักรภพกล่าวว่า คงไม่วิเคราะห์แทนคนอื่น แต่เชื่อว่าคนที่ทำต้องการให้เกิดเรื่องและคิดว่าจะได้ผลทางการเมือง คนที่คิดจะหาเรื่องเดี๋ยวก็รู้ว่าเมื่อความจริงออกมา มีการนำปาฐกถาของตนไปแปลผิด หยาบคาย ล้วนแต่เป็นความเท็จ และจงใจบิดเบือน เมื่อถามว่าการที่นายกฯ ระบุว่ามี "คนหัวเถิก" อยู่ในกระบวนการจ้องล้มรัฐบาลด้วย นายจักรภพกล่าวว่า คงเกี่ยวกันหลายคน คงระบุไม่ได้และตนไม่ทราบว่าหัวเถิกเป็นใคร อย่าให้ตนต้องวิเคราะห์ รัฐบาลจะไม่ไปเล่นเกมการเมืองกับใคร แต่หากมีการดึงเบื้องสูงลงมาก็ต้องชี้แจง เพราะถือเป็นความเสียหายและจะกลายเป็นปัญหาลุกลามต่อไป เมื่อถามว่าการเตรียมจัดระเบียบสื่อของรัฐจะเดินหน้าอย่างไร นายจักรภพกล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายสื่อพยายามจะชูทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเก่า หากไม่แก้ไขก็จะเกิดเรื่อง สื่อสามารถวิจารณ์รัฐบาลได้แต่ไม่ควรเชียร์ให้เกิดการยึดอำนาจสนับสนุนรัฐประหาร เพราะมองว่าเป็นการล้ำเส้นและเกินเลยไปมาก จึงคิดว่าควรจะจัดระเบียบมิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญผิดกฎหมายบ้านเมือง และใครที่กล่าวหาว่าตนไปแทรก แซงสื่อก็อยากให้ออกมาแสดงตัวว่าเห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร ใครที่เห็นว่ามีสิทธิที่สนับสนุนรัฐ ประหารก็แสดงตัวออกมาได้ไม่เป็นไร เพื่อให้สังคมรับทราบว่าสื่อรายใดที่เห็นว่ามีสิทธิเรียกทหารมายึดอำนาจ ก็ให้แสดงตัวและไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะไปแยกแยะว่าสื่อใดสนับสนุนปฏิวัติรัฐประหาร เพราะเป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานไปจัดการเอง พปช.ยุ"ชัย"ลบคำสบประมาทเติ้ง วันเดียวกัน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีนายบรรหาร แสดงความเป็นห่วงการทำหน้าที่ประธานสภาของนายชัย จะไม่สามารถคุมเกมในสภาได้ ว่า เรื่องนี้อยู่กับการพิสูจน์ตัวเองของนายชัย แต่เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาจะช่วยให้นายชัยสามารถทำหน้าที่ผ่านไปได้ด้วยดี สามารถควบคุมการประชุมสภาได้ เมื่อให้โอกาสนายชัย แล้วก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนร่วมทั้งนายบรรหาร ได้รู้ไปเลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ร.ท.กุเทพกล่าวว่า การประชุมพรรควันที่ 13 พ.ค. มีวาระที่สำคัญคือการจัดส.ส.ลงทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการที่มีอยู่ 35 คณะ ซึ่งส.ส.ของพรรคที่เป็นผู้อาวุโส มีประสบการณ์มากประมาณ 60 คน จะได้ทำงานในกรรมาธิการคนละ 1 คณะ แต่จะก็มีส.ส.บางส่วนที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก อาจได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าที่ในกรรมาธิการคนเดียว 2 คณะ เพื่อให้ส.ส.ได้หาประสบการณ์ ในส่วนของพรรคพลังประชาคาดว่าการจัดวางส.ส.ในกรรมาธิการคณะต่างๆ จะเรียบร้อยแน่นอน และอยากฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ให้เร่งตกลงกันให้ลงตัว เพื่อการประชุมสภาที่จะเสนอชื่อประธานคณะกรรมาธิการและส.ส.เข้าทำงานในคณะกรรมาธิการชุดต่างๆเสร็จสิ้นได้ในการประชุมสภาวันพุธที่ 14 พ.ค.นี้ ถกหาประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม รองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ที่ประชุมพรรควันที่ 13 พ.ค. จะพิจารณาผู้ทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลแทนนายชัย เชื่อว่าที่ประชุมจะพิจารณาความสามารถและความเหมาะสมในการทำงาน รวมทั้งต้องเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพราะจะต้องทำหน้าที่ประสานงานระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลและทุกฝ่ายในสภาได้ ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรพิจารณาตามโควตาของภาคใด เมื่อถามย้ำว่าการเลือกประธานสภาได้นายชัย เป็นของภาคอีสานแล้ว ตำแหน่งประธานวิปรัฐบาลควรเป็นโควตาของภาคเหนือตามที่มีกระแสข่าวว่าเป็นนายสามารถ แก้วมีชัย หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่ายังไม่ทราบ รอให้ผู้ใหญ่ในพรรคได้หารือ แต่คงไม่พิจารณาจากสัดส่วนหรือโควตา เพราะปัจจุบันนายสามารถ เป็นเลขานุการวิปรัฐบาล เมื่อถามย้ำว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องโหวตเลือกประธานวิปรัฐบาล รองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการบริหารพรรคน่าจะตัดสินใจได้โดยคำนึงถึงบุคคลที่สามารถทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาล ได้เป็นอย่างดี คงไม่จำเป็นต้องโหวตและไม่อยากให้มองว่าเป็นโควตาของพรรคใด ส่วนตัวมองว่ามีบุคคลที่เหมาะสมหลายคน อาทิ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองประธานวิปรัฐบาล นายสามารถ แก้วมีชัย เลขานุการวิปรัฐบาล หรือนายไพจิต ศรีวรขาน รองประธานวิปรัฐบาล ที่มีความอาวุโส แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ของพรรคจะพิจารณาต่อไป รายงานข่าวจากวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า การเลือกประธานวิปรัฐบาลคนใหม่แทนนายชัย สมาชิกหลายคนเห็นตรงกันว่าไม่ควรที่คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณาเลือกก่อนนำชื่อเข้าสู่ที่ประชุมส.ส.พรรค เพื่อขอมติรับรอง เหมือนกรณีคัดเลือกนายชัย เป็นประธานสภา แต่ควรเสนอชื่อบุคคลที่คิดว่ามีความเหมาะสมในที่ประชุมส.ส.พรรคในครั้งเดียว เพื่อไม่ให้คณะกรรมการบริหารพรรคไปตัดสินใจกันเองแล้วนำมาแจ้งให้ที่ประชุมส.ส.พรรคทราบภายหลัง ข้อมูลจาก | ||||||
|
|
ผู้โพส : amay สถานะ : สมาชิก |
13/05/2008 - 09:14
|
||||
อยากสมัครงาน เลือกเวบไซท์อะไรดี? แนะนำเวบคุณภาพ ชื่อ JobTOL.com ดีมาก |
||||||
|
|
ความคิดเห็นที่ 1 ผู้โพส : Sa สถานะ : ทั่วไป |
13/05/2008 - 15:48
|
||||
| ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ : หน้าที่ 1 จาก 1 |